รูปแบบการบริหารกิจการคณะสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช 2561 (ฉบับใหม่) ที่เหมาะสมกับภูมิสังคมจังหวัดเพชรบุรี : วิทยานิพนธ์ = | A form of administration of sangha affairs under sangha act B.E. 2561 (new version) suitable for Phetchaburi provincial geo-society. /
สนอง ธัญญานนท์
รูปแบบการบริหารกิจการคณะสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช 2561 (ฉบับใหม่) ที่เหมาะสมกับภูมิสังคมจังหวัดเพชรบุรี : วิทยานิพนธ์ = A form of administration of sangha affairs under sangha act B.E. 2561 (new version) suitable for Phetchaburi provincial geo-society. / A form of administration of sangha affairs under sangha act B.E. 2561 (new version) suitable for Phetchaburi provincial geo-society. สนอง ธัญญานนท์ - เพชรบุรี : สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์, 2564 - 190 แผ่น : ; 30 ซม. + ซีดีรอม 1 แผ่น
วิทยานิพนธ์(ศศ.ม.)—มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 2564
การบริหารกิจการคณะสงฆ์มีภารกิจเฉพาะที่กำหนดตามระบบการปกครองตามลำดับชั้น เพื่อขับเคลื่อนศาสนกิจและองค์กรคณะสงฆ์ทุกระดับซึ่งมีพัฒนาการเปลี่ยนไปตามกาลเวลา จึงทำให้ผู้วิจัยสนใจที่จะทำวิจัยเรื่องนี้ในภาวะปัจจุบันโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการบริหารกิจการคณะสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช 2561 (ฉบับใหม่) ที่เหมาะสมกับภูมิสังคมจังหวัดเพชรบุรี 2) ศึกษาปัจจัยทางการบริหารที่ส่งผลต่อการบริหารกิจการคณะสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับใหม่ที่เหมาะสม
กับภูมิสังคมจังหวัดเพชรบุรี และ 3) สังเคราะห์หารูปแบบการบริหารกิจการคณะสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับใหม่ที่เหมาะสมกับภูมิสังคมจังหวัดเพชรบุรีโดยรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ใช้แบบสอบถามจากรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 359 คนที่ได้จากการเลือกแบบเจาะจง และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพได้จากการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างจากผู้ให้ข้อมูลที่เลือกมาแบบเจาะจงจำนวน 16 คน และนำข้อมูลที่ได้
มาทำการวิเคราะห์เนื้อหาด้วยการจำแนก จัดหมวดหมู่ และสรุปประเด็นตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย
ผลการวิจัยพบว่า
1. การบริหารกิจการคณะสงฆ์จังหวัดเพชรบุรีในปัจจุบันดำเนินการตามภารกิจ 6 ด้านที่มีการขับเคลื่อนไปพร้อมๆ ได้แก่ การปกครอง การเผยแผ่ การศึกษา การสาธารณูปการ การศึกษาสงเคราะห์ และการสาธารณสงเคราะห์รวมทั้งการสร้างพุทธมณฑลเพชรบุรี ให้เป็นรูปธรรม ภายใต้ความรับผิดชอบบังคับบัญชาของเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล และเจ้าอาวาส ตามลำดับ
2. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารคณะสงฆ์ที่เหมาะสมกับภูมิสังคมจังหวัดเพชรบุรี ได้แก่ การดำเนินการตามระเบียบปฏิบัติตามระบบที่ชัดเจนที่สุด การสร้างทรัพยากรบุคคลด้านทัศนคติด้านการแสดงออก และด้านการปฏิบัติตนต่อสังคมแบบมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เป็นรูปธรรม การใช้อำนาจการตัดสินใจร่วมกัน และความรับผิดชอบการพัฒนาพื้นที่และสังคม ตามลำดับ
3. รูปแบบการบริหารคณะสงฆ์ที่เหมาะสมกับภูมิสังคมจังหวัดเพชรบุรี ได้แก่ การมุ่งเน้นแสดงบทบาทเชิงรุกต่อสังคม เปลี่ยนบทบาทจากผู้รับเป็นผู้ให้ พระสงฆ์ควรรู้กฎหมายและเชี่ยวชาญพระธรรมวินัย สร้างโจทย์การทำงานเชิงรุกที่เน้นความหลากหลายทางวัฒนธรรม พัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทั้งสอน ตรวจสอบและประเมินผล มีความสามารถด้านการสำรวจการก่อสร้างและการซ่อมบำรุงส่งเสริมการศึกษาภายใต้การสำรวจต้องการ บูรณาการบทบาทพระสงฆ์ต่อสังคม และสร้างพุทธมณฑลด้วยความร่วมมือกันทุกภาคส่วนทั้งภาคราชการ ภาครัฐวิสาหกิจ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน
ข้อค้นพบจากการวิจัยแสดงให้เห็นแนวทางการพัฒนาการบริหารคณะสงฆ์ที่เหมาะสมกับภาวะปัจจุบันที่มุ่งเน้นระบบการบริหารตามหลักธรรมภิบาลแต่ไม่ขัดต่อพระธรรมวินัย แสดงบทบาทเชิงรุก ทั้งนี้ควรมีการวิจัยด้านประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการบริหารคณะสงฆ์ภายใต้การไม่มีบทลงโทษขั้นร้ายแรง
มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี สาขาวิชารัฐประสาสนศาสตร์ --วิทยานิพนธ์
สงฆ์--การบริหาร
รูปแบบการบริหารกิจการคณะสงฆ์
วพ 294.366 / ส194ร 2564
รูปแบบการบริหารกิจการคณะสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช 2561 (ฉบับใหม่) ที่เหมาะสมกับภูมิสังคมจังหวัดเพชรบุรี : วิทยานิพนธ์ = A form of administration of sangha affairs under sangha act B.E. 2561 (new version) suitable for Phetchaburi provincial geo-society. / A form of administration of sangha affairs under sangha act B.E. 2561 (new version) suitable for Phetchaburi provincial geo-society. สนอง ธัญญานนท์ - เพชรบุรี : สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์, 2564 - 190 แผ่น : ; 30 ซม. + ซีดีรอม 1 แผ่น
วิทยานิพนธ์(ศศ.ม.)—มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 2564
การบริหารกิจการคณะสงฆ์มีภารกิจเฉพาะที่กำหนดตามระบบการปกครองตามลำดับชั้น เพื่อขับเคลื่อนศาสนกิจและองค์กรคณะสงฆ์ทุกระดับซึ่งมีพัฒนาการเปลี่ยนไปตามกาลเวลา จึงทำให้ผู้วิจัยสนใจที่จะทำวิจัยเรื่องนี้ในภาวะปัจจุบันโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการบริหารกิจการคณะสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช 2561 (ฉบับใหม่) ที่เหมาะสมกับภูมิสังคมจังหวัดเพชรบุรี 2) ศึกษาปัจจัยทางการบริหารที่ส่งผลต่อการบริหารกิจการคณะสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับใหม่ที่เหมาะสม
กับภูมิสังคมจังหวัดเพชรบุรี และ 3) สังเคราะห์หารูปแบบการบริหารกิจการคณะสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับใหม่ที่เหมาะสมกับภูมิสังคมจังหวัดเพชรบุรีโดยรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ใช้แบบสอบถามจากรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 359 คนที่ได้จากการเลือกแบบเจาะจง และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพได้จากการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างจากผู้ให้ข้อมูลที่เลือกมาแบบเจาะจงจำนวน 16 คน และนำข้อมูลที่ได้
มาทำการวิเคราะห์เนื้อหาด้วยการจำแนก จัดหมวดหมู่ และสรุปประเด็นตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย
ผลการวิจัยพบว่า
1. การบริหารกิจการคณะสงฆ์จังหวัดเพชรบุรีในปัจจุบันดำเนินการตามภารกิจ 6 ด้านที่มีการขับเคลื่อนไปพร้อมๆ ได้แก่ การปกครอง การเผยแผ่ การศึกษา การสาธารณูปการ การศึกษาสงเคราะห์ และการสาธารณสงเคราะห์รวมทั้งการสร้างพุทธมณฑลเพชรบุรี ให้เป็นรูปธรรม ภายใต้ความรับผิดชอบบังคับบัญชาของเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล และเจ้าอาวาส ตามลำดับ
2. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารคณะสงฆ์ที่เหมาะสมกับภูมิสังคมจังหวัดเพชรบุรี ได้แก่ การดำเนินการตามระเบียบปฏิบัติตามระบบที่ชัดเจนที่สุด การสร้างทรัพยากรบุคคลด้านทัศนคติด้านการแสดงออก และด้านการปฏิบัติตนต่อสังคมแบบมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เป็นรูปธรรม การใช้อำนาจการตัดสินใจร่วมกัน และความรับผิดชอบการพัฒนาพื้นที่และสังคม ตามลำดับ
3. รูปแบบการบริหารคณะสงฆ์ที่เหมาะสมกับภูมิสังคมจังหวัดเพชรบุรี ได้แก่ การมุ่งเน้นแสดงบทบาทเชิงรุกต่อสังคม เปลี่ยนบทบาทจากผู้รับเป็นผู้ให้ พระสงฆ์ควรรู้กฎหมายและเชี่ยวชาญพระธรรมวินัย สร้างโจทย์การทำงานเชิงรุกที่เน้นความหลากหลายทางวัฒนธรรม พัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทั้งสอน ตรวจสอบและประเมินผล มีความสามารถด้านการสำรวจการก่อสร้างและการซ่อมบำรุงส่งเสริมการศึกษาภายใต้การสำรวจต้องการ บูรณาการบทบาทพระสงฆ์ต่อสังคม และสร้างพุทธมณฑลด้วยความร่วมมือกันทุกภาคส่วนทั้งภาคราชการ ภาครัฐวิสาหกิจ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน
ข้อค้นพบจากการวิจัยแสดงให้เห็นแนวทางการพัฒนาการบริหารคณะสงฆ์ที่เหมาะสมกับภาวะปัจจุบันที่มุ่งเน้นระบบการบริหารตามหลักธรรมภิบาลแต่ไม่ขัดต่อพระธรรมวินัย แสดงบทบาทเชิงรุก ทั้งนี้ควรมีการวิจัยด้านประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการบริหารคณะสงฆ์ภายใต้การไม่มีบทลงโทษขั้นร้ายแรง
มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี สาขาวิชารัฐประสาสนศาสตร์ --วิทยานิพนธ์
สงฆ์--การบริหาร
รูปแบบการบริหารกิจการคณะสงฆ์
วพ 294.366 / ส194ร 2564






