ปัจจัยการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาที่เอื้อต่อกระบวนการพัฒนาการประกันคุณภาพการศึกษาภายในโรงเรียนที่ได้รับการรับรองจากการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่สอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบุรี เขต 1 และเขต 2 : วิทยานิพนธ์ = Administrative factors effecting the developmental process of educational quality assurance of accreditated schools for the second external assessment under phetchaburi educational service area 1 and 2 / รัตนา มณฑลเพชร

By: Call number: วพ 371.201 ร375ป Material type: TextPublication details: เพชรบุรี : สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 2551Description: (14), 167 แผ่น ; 30 ซมOther title:
  • Administrative factors effecting the developmental process of educational quality assurance of accreditated schools for the second external assessment under phetchaburi educational service area 1 and 2
Subject(s): Call Number:
  • วพ 371.201 ร375ป
Online resources: Dissertation note: วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 2551 Summary: การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษา 1) ระดับปัจจัยการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา 2) ระดับกระบวนการพัฒนาการประกันคุณภาพการศึกษา 3) ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยการบริหารของ ผู้บริหารสถานศึกษาและกระบวนการพัฒนาการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน และ 4) ปัจจัยการบริหารของ ผู้บริหารสถานศึกษาที่เอื้อต่อกระบวนการพัฒนาการประกันคุณภาพการศึกษา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหาร สถานศึกษา ครูผู้สอน และประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมจำนวน 581 คน เครื่องมือ ในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม จำนวน 1 ชุด สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบ เพิ่มตัวแปรเป็นลำดับขั้น ๆ ผลการวิจัยพบว่า 1. ปัจจัยการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับได้ดังนี้ ด้านภาวะผู้นำรองลงมา ได้แก่ ด้านการควบคุมงานด้านการกำหนดเป้าหมาย ด้านแรงจูงใจ ด้านการตัดสินใจ ด้านการปฏิสัมพันธ์และอิทธิพลด้านการติดต่อสื่อสาร และด้านมาตรฐานการปฏิบัติงานและการฝึกอบรม 2. กระบวนการพัฒนาการประกันคุณภาพการศึกษาภายในโรงเรียนที่ได้รับการรับรองจาก การประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่สอง ภาพรวมอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับรายด้านได้ดังนี้ ด้านการตรวจสอบ และทบทวนคุณภาพการศึกษา รองลงมา ได้แก่ ด้านการจัดทำแผนพัฒนาสถานศึกษาที่มุ่งเน้น คุณภาพการศึกษา ด้านการประเมินคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานที่กำหนด ด้านการพัฒนาคุณภาพ การศึกษาอย่างต่อเนื่อง ด้านการกำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ด้านการรายงานคุณภาพ การศึกษาประจำปี ด้านการจัดระบบบริหารและสารสนเทศ และด้านการดำเนินงานตามแผนพัฒนา สถานศึกษา 3. ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาและกระบวนการพัฒนา การประกันคุณภาพการศึกษาภายในมีความสัมพันธ์กันในทางบวก 4. ปัจจัยการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาที่เอื้อต่อกระบวนการพัฒนาการประกัน คุณภาพการศึกษาภายในโรงเรียน โดยภาพรวมมี 5 ด้าน ได้แก่ ด้านการติดต่อสื่อสาร ด้านการกำหนด เป้าหมาย ด้านภาวะผู้นำด้านการควบคุมงาน และด้านการตัดสินใจ
Star ratings
    Average rating: 0.0 (0 votes)
Holdings
Cover image Item type Current library Home library Collection Shelving location Call number Materials specified Vol info URL Copy number Status Notes Date due Barcode Item holds Item hold queue priority Course reserves
Thesis PBRU Library บรรณราชฯ ชั้น 5 วิทยานิพนธ์ มรภ.เพชรบุรี ชั้น 5 วพ 371.201 ร375ป (Browse shelf(Opens below)) 3 Available 1000186120
Thesis PBRU Library บรรณราชฯ ชั้น 5 วิทยานิพนธ์ มรภ.เพชรบุรี ชั้น 5 วพ 371.201 ร375ป (Browse shelf(Opens below)) 1 Available 1000169772
Thesis PBRU Library บรรณราชฯ ชั้น 5 วิทยานิพนธ์ มรภ.เพชรบุรี ชั้น 5 วพ 371.201 ร375ป (Browse shelf(Opens below)) 2 Available 1000169773

Browsing PBRU Library shelves,Shelving location: บรรณราชฯ ชั้น 5,Collection: วิทยานิพนธ์ มรภ.เพชรบุรี ชั้น 5 Close shelf browser (Hides shelf browser)

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 2551

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษา 1) ระดับปัจจัยการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา 2) ระดับกระบวนการพัฒนาการประกันคุณภาพการศึกษา 3) ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยการบริหารของ ผู้บริหารสถานศึกษาและกระบวนการพัฒนาการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน และ 4) ปัจจัยการบริหารของ ผู้บริหารสถานศึกษาที่เอื้อต่อกระบวนการพัฒนาการประกันคุณภาพการศึกษา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหาร สถานศึกษา ครูผู้สอน และประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมจำนวน 581 คน เครื่องมือ ในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม จำนวน 1 ชุด สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบ เพิ่มตัวแปรเป็นลำดับขั้น ๆ ผลการวิจัยพบว่า 1. ปัจจัยการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับได้ดังนี้ ด้านภาวะผู้นำรองลงมา ได้แก่ ด้านการควบคุมงานด้านการกำหนดเป้าหมาย ด้านแรงจูงใจ ด้านการตัดสินใจ ด้านการปฏิสัมพันธ์และอิทธิพลด้านการติดต่อสื่อสาร และด้านมาตรฐานการปฏิบัติงานและการฝึกอบรม 2. กระบวนการพัฒนาการประกันคุณภาพการศึกษาภายในโรงเรียนที่ได้รับการรับรองจาก การประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่สอง ภาพรวมอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับรายด้านได้ดังนี้ ด้านการตรวจสอบ และทบทวนคุณภาพการศึกษา รองลงมา ได้แก่ ด้านการจัดทำแผนพัฒนาสถานศึกษาที่มุ่งเน้น คุณภาพการศึกษา ด้านการประเมินคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานที่กำหนด ด้านการพัฒนาคุณภาพ การศึกษาอย่างต่อเนื่อง ด้านการกำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ด้านการรายงานคุณภาพ การศึกษาประจำปี ด้านการจัดระบบบริหารและสารสนเทศ และด้านการดำเนินงานตามแผนพัฒนา สถานศึกษา 3. ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาและกระบวนการพัฒนา การประกันคุณภาพการศึกษาภายในมีความสัมพันธ์กันในทางบวก 4. ปัจจัยการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาที่เอื้อต่อกระบวนการพัฒนาการประกัน คุณภาพการศึกษาภายในโรงเรียน โดยภาพรวมมี 5 ด้าน ได้แก่ ด้านการติดต่อสื่อสาร ด้านการกำหนด เป้าหมาย ด้านภาวะผู้นำด้านการควบคุมงาน และด้านการตัดสินใจ

There are no comments on this title.

to post a comment.
Share


Office of Academic Resources and Information Technology
      38 Moo. 8, Nawung Sub-District, Muang Phetchaburi District, Phetchaburi 76000 Thailand
    Tel: (032) 708609  Email: library_office@mail.pbru.ac.th