รูปแบบการจัดการเทคโนโลยีธนาคารเพื่อส่งเสริมการออมของนักเรียนมัธยมศึกษาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง : ดุษฎีนิพนธ์ = A model of banking technology management for promoting saving of secondary school students complying with the philosophy of sufficiency economy / ณัฏฐพรรณ คชโสภณ

By: Call number: วพ 334.2 ณ311ร Material type: TextPublication details: เพชรบุรี : สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 2554Description: (12), 221 แผ่น ; 30 ซม. + ซีดีรอม 1 แผ่นOther title:
  • A model of banking technology management for promoting saving of secondary school students complying with the philosophy of sufficiency economy [Distinctive title]
Subject(s): Call Number:
  • วพ 334.2 ณ311ร
Online resources: Dissertation note: ดุษฎีนิพนธ์ (ปร.ด.)--มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 2554 Summary: การวิจัยดุษฎีนิพนธ์เรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลการออมของนักเรียนมัธยมศึกษา 2) พัฒนารูปแบบการจัดการเทคโนโลยีธนาคารเพื่อส่งเสริมการออมของนักเรียนมัธยมศึกษาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และ 3) ทดสอบประสิทธิผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเทคโนโลยีธนาคารเพื่อส่งเสริมการออมของนักเรียนมัธยมศึกษาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ที่เรียนอยู่ในปีการศึกษา 2552 ได้มาด้วยการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงจำนวน 120 คน จากโรงเรียนเอกชนและโรงเรียนรัฐบาลแบ่งเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองแห่งละ 2 กลุ่ม รวมทั้งหมด 4 กลุ่ม มีนักเรียนกลุ่มละ 30 คน และผู้ทรงคุณวุฒิด้านการธนาคารจำนวน 18 คน ได้มาด้วยการเลือกแบบเดลฟายเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่รูปแบบการจัดการเทคโนโลยีธนาคารที่สร้างขึ้นแบบสอบถามเกี่ยวกับการออมของนักเรียนคู่มือการใช้เครื่องเอทีเอ็มจำลองและแบบประเมินความพึงพอใจ ใช้สถิติวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมุติฐานด้วยสถิติทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการทดสอบของเชฟเฟ ผลการวิจัยพบว่า 1. นักเรียนมัธยมศึกษาที่รักการออมส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงอายุ 14 -15 ปี นักเรียนมีเงินมาใช้จ่ายที่โรงเรียนเดือนละ 1,001 - 5,000 บาท รายได้ต่อเดือนของผู้ปกครองอยู่ระหว่าง 10,000 -15,000 บาท ผู้ปกครองส่วนมากมีอาชีพรับจ้างทั่วไป เกษตรกรรม และรับราชการ และระดับการศึกษาของผู้ปกครองส่วนมากอยู่ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา 2. รูปแบบการจัดการเทคโนโลยีธนาคารเพื่อส่งเสริมการออมของนักเรียนมัธยมศึกษาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เหมาะสม คือเป็นการพัฒนาการจัดการเทคโนโลยีธนาคารแบบเอทีเอ็มในโรงเรียนโดยลำพังเหมือนธนาคารทั่วไปที่ใช้บัตรเอทีเอ็มโดยมีครูที่มีความรู้ด้านการเงินการบัญชีและคอมพิวเตอร์ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการธนาคาร และให้ความรู้แก่นักเรียนที่เป็นลูกค้าออมเงินตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ได้รับการสอน 3. ผลการประเมินประสิทธิผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเทคโนโลยีธนาคารเพื่อส่งเสริมการออมของนักเรียนมัธยมศึกษาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พัฒนาขึ้น พบว่า นักเรียนกลุ่มควบคุมกับนักเรียนกลุ่มทดลองมีจำนวนครั้งและจำนวนเงินในการออมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยนักเรียนกลุ่มทดลองมีจำนวนครั้งการออมและยอดเงินออมสูงกว่นักเรียนในกลุ่มควบคุมทั้งในโรงเรียนเอกชนและโรงเรียนรัฐบาล
Star ratings
    Average rating: 0.0 (0 votes)
Holdings
Cover image Item type Current library Home library Collection Shelving location Call number Materials specified Vol info URL Copy number Status Notes Date due Barcode Item holds Item hold queue priority Course reserves
Thesis PBRU Library บรรณราชฯ ชั้น 5 วิทยานิพนธ์ มรภ.เพชรบุรี ชั้น 5 วพ 334.2 ณ311ร (Browse shelf(Opens below)) 2 Available 1000171024
Thesis PBRU Library บรรณราชฯ ชั้น 5 วิทยานิพนธ์ มรภ.เพชรบุรี ชั้น 5 วพ 334.2 ณ311ร (Browse shelf(Opens below)) 1 Available 1000171023

ดุษฎีนิพนธ์ (ปร.ด.)--มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 2554

การวิจัยดุษฎีนิพนธ์เรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลการออมของนักเรียนมัธยมศึกษา 2) พัฒนารูปแบบการจัดการเทคโนโลยีธนาคารเพื่อส่งเสริมการออมของนักเรียนมัธยมศึกษาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และ 3) ทดสอบประสิทธิผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเทคโนโลยีธนาคารเพื่อส่งเสริมการออมของนักเรียนมัธยมศึกษาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ที่เรียนอยู่ในปีการศึกษา 2552 ได้มาด้วยการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงจำนวน 120 คน จากโรงเรียนเอกชนและโรงเรียนรัฐบาลแบ่งเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองแห่งละ 2 กลุ่ม รวมทั้งหมด 4 กลุ่ม มีนักเรียนกลุ่มละ 30 คน และผู้ทรงคุณวุฒิด้านการธนาคารจำนวน 18 คน ได้มาด้วยการเลือกแบบเดลฟายเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่รูปแบบการจัดการเทคโนโลยีธนาคารที่สร้างขึ้นแบบสอบถามเกี่ยวกับการออมของนักเรียนคู่มือการใช้เครื่องเอทีเอ็มจำลองและแบบประเมินความพึงพอใจ ใช้สถิติวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมุติฐานด้วยสถิติทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการทดสอบของเชฟเฟ ผลการวิจัยพบว่า 1. นักเรียนมัธยมศึกษาที่รักการออมส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงอายุ 14 -15 ปี นักเรียนมีเงินมาใช้จ่ายที่โรงเรียนเดือนละ 1,001 - 5,000 บาท รายได้ต่อเดือนของผู้ปกครองอยู่ระหว่าง 10,000 -15,000 บาท ผู้ปกครองส่วนมากมีอาชีพรับจ้างทั่วไป เกษตรกรรม และรับราชการ และระดับการศึกษาของผู้ปกครองส่วนมากอยู่ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา 2. รูปแบบการจัดการเทคโนโลยีธนาคารเพื่อส่งเสริมการออมของนักเรียนมัธยมศึกษาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เหมาะสม คือเป็นการพัฒนาการจัดการเทคโนโลยีธนาคารแบบเอทีเอ็มในโรงเรียนโดยลำพังเหมือนธนาคารทั่วไปที่ใช้บัตรเอทีเอ็มโดยมีครูที่มีความรู้ด้านการเงินการบัญชีและคอมพิวเตอร์ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการธนาคาร และให้ความรู้แก่นักเรียนที่เป็นลูกค้าออมเงินตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ได้รับการสอน 3. ผลการประเมินประสิทธิผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเทคโนโลยีธนาคารเพื่อส่งเสริมการออมของนักเรียนมัธยมศึกษาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พัฒนาขึ้น พบว่า นักเรียนกลุ่มควบคุมกับนักเรียนกลุ่มทดลองมีจำนวนครั้งและจำนวนเงินในการออมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยนักเรียนกลุ่มทดลองมีจำนวนครั้งการออมและยอดเงินออมสูงกว่นักเรียนในกลุ่มควบคุมทั้งในโรงเรียนเอกชนและโรงเรียนรัฐบาล

There are no comments on this title.

to post a comment.
Share


Office of Academic Resources and Information Technology
      38 Moo. 8, Nawung Sub-District, Muang Phetchaburi District, Phetchaburi 76000 Thailand
    Tel: (032) 708609  Email: library_office@mail.pbru.ac.th