TY - BOOK AU - เนาวรัตน์ จันทานนท์ TI - พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในอำเภอเมือง จังหวัดชุมพร : วิทยานิพนธ์ =: Self care behavior of hypertension patients living in mueang district,Chumphon province U1 - วพ 616.13 PY - 2554/// CY - เพชรบุรี PB - สาขาวิชาสาธารณสุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี KW - มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี KW - สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ KW - วิทยานิพนธ์ KW - พ.ศ. 2554 KW - การดูแลสุขภาพด้วยตนเอง KW - ความดันเลือดสูง KW - การดูแล KW - โรคความดันโลหิตสูง N1 - วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 2554 N2 - การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรค ความดันโลหิตสูงในอำเภอเมือง จังหวัดชุมพร 2) ศึกษาระดับความรู้ ความเชื่อ และการสนับสนุน ทางสังคมของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในอำเภอเมือง และ 3) เปรียบเทียบพฤติกรรมการดูแลตนเอง ของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในอำเภอเมือง จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และปัจจัยเสริม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย จำนวน 367 คน สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน และการคำนวณหาสัดส่วน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าต่ำสุด ค่าสูงสุด การทดสอบค่าที และการทดสอบค่าเอฟ ผลการวิจัยพบว่า 1. พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในอำเภอเมือง โดยรวมอยู่ใน ระดับสูงเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านเรียงลำดับจากมากไปน้อยดังนี้ ผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมรับประทานยาครบ ตามจำนวนทแพทย์สั่ง ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุขเกี่ยวกับการดูแลตนเอง และ เมื่อมีอาการเครียดจะผ่อนคลาย โดยการอยู่เงียบ ๆ คนเดียว 2. ความรู้ ความเชื่อ และการสนับสนุนทางสังคมของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ในอำเภอเมือง อยู่ในระดับสูง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านความรู้ ควรออกกำลังกายอย่างน้อย สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ด้านความเชื่อ ผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงจำเป็นต้องมาพบแพทย์ตามนัด ทุกครั้ง ด้านการสนับสนุนทางสังคม ได้รับการสนับสนุนจากคนในครอบครัวให้ไปตรวจตามนัด 3. ผู้ป่วยที่มีอายุ สถานภาพสมรส และอาชีพ แตกต่างกัน มีพฤติกรรมการดูแล ตนเองไม่แตกต่างกัน ส่วนผู้ป่วยที่มีเพศและญาติสายตรงเป็นโรคความดันโลหิตสูงแตกต่างกัน มีพฤติกรรมการดูแลตนเองแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ตามลำดับ และ ปัจจัยเสริมด้านความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูง ความเชื่อเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง และ การสนับสนุนทางสังคม แตกต่างกัน มีพฤติกรรมการดูแลตนเองแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ 0.01 ข้อค้นพบจากการวิจัยพบว่าผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงควรใส่ใจสุขภาพตนเองให้มากขึ้น โดยการจัดสรรเวลาในการออกกำลังกายให้เพียงพอ และไม่ควรออกกำลังมากเกินกำลังของตนเอง คนในครอบครัวควรสอบถามลักษณะและอาการเจ็บป่วยของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงจากแพทย์หรือ บุคลากรสาธารณสุขเพื่อนำมาให้คำแนะนำแก่คนในครอบครัวของตนเองได้ UR - https://book.pbru.ac.th/multim/thesis/65009/65009_cover.pdf UR - https://book.pbru.ac.th/multim/thesis/65009/65009_abstract.pdf UR - https://book.pbru.ac.th/multim/thesis/65009/65009_acknowledgement.pdf UR - https://book.pbru.ac.th/multim/thesis/65009/65009_content.pdf UR - https://book.pbru.ac.th/multim/thesis/65009/65009_chapter1.pdf UR - https://book.pbru.ac.th/multim/thesis/65009/65009_chapter2.pdf UR - https://book.pbru.ac.th/multim/thesis/65009/65009_chapter3.pdf UR - https://book.pbru.ac.th/multim/thesis/65009/65009_chapter4.pdf UR - https://book.pbru.ac.th/multim/thesis/65009/65009_chapter5.pdf UR - https://book.pbru.ac.th/multim/thesis/65009/65009_bibliography.pdf UR - https://book.pbru.ac.th/multim/thesis/65009/65009_appendix.pdf ER -