ชัยยศ เอกนิธิวัฒนา
ภาคีความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ตลาดการค้าปลีก ในเขตเทศบาลอำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี : วิทยานิพนธ์ = Public-private partnership affecting achievement of retail market in Muang district municipality area, Surat Thani province. /
Public-private partnership affecting achievement of retail market in Muang district municipality area, Surat Thani province.
ชัยยศ เอกนิธิวัฒนา
- เพชรบุรี : สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 2564
- 236 แผ่น : ภาพประกอบ ; 30 ซม. + ซีดีรอม 1 แผ่น
วิทยานิพนธ์(รป.ม.)—มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 2564
สถานการณ์การลงทุนธุรกิจระบบตลาดเสรีมีการขยายตัวที่มีขนาดใหญ่ขึ้นส่งผลกระทบ ต่อธุรกิจขนาดเล็ก ทำให้ต้องหาวิธีพัฒนาจุดเด่นของสินค้าในการบริการลูกค้าและพัฒนาระบบตลาดการค้าให้มีศักยภาพ จึงทำให้ผู้วิจัยสนใจทำวิจัยเรื่องนี้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาภาคีความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนต่อตลาดค้าปลีก 2) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ของภาคีความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนที่ส่งผลต่อตลาดค้าปลีก และ 3) เสนอรูปแบบที่เหมาะสมของภาคีความร่วมมือระหว่าง
ภาครัฐกับภาคเอกชนที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ตลาดค้าปลีก โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ประกอบการค้าปลีก จำนวน 161 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน กับวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจค้าปลีก จำนวน 6 ท่าน ที่ได้จากการเลือกแบบเจาะจง แล้วนำมาเขียนเป็นข้อมูลเชิงพรรณนาความ
ผลการวิจัยพบว่า
1. ภาคีความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนต่อตลาดค้าปลีก โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านเรียงตามลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยได้ดังนี้ ภาคเอกชน ได้แก่ ด้านการปฏิบัติตามข้อสัญญาที่รัฐกำหนด (X5) ด้านการปฏิบัติตามนโยบายการส่งเสริมการลงทุน (X4) และด้านแผนงานการปฏิบัติ (X6) และภาครัฐ ได้แก่ ด้านนโยบาย (X1) ด้านกฎหมายและข้อสัญญาการลงทุน (X2)และด้านการกำหนดแนวทางปฏิบัติ(X3)ตามลำดับ
2. ผลสัมฤทธิ์ของภาคีความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนที่ส่งผลต่อตลาดค้าปลีกได้แก่ การปฏิบัติตามนโยบายการส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน (X4) กฎหมายและข้อสัญญาการลงทุนของภาครัฐ (X2)การปฏิบัติตามข้อสัญญาที่รัฐกำหนดของภาคเอกชน (X5)และนโยบายของภาครัฐ (X1)มีประสิทธิภาพในการทำนาย ร้อยละ 76.20 สามารถเขียนเป็นสมการการถดถอยได้ดังนี้ Y = 0.404 + 0.268(X4) + 0.198(X2) + 0.261(X5) + 0.180(X1)
3. รูปแบบที่เหมาะสมของภาคีความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนในการบริหารจัดการตลาดค้าปลีกได้แก่ ภาครัฐทำหน้าที่ในการกำกับดูแลการค้าให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ส่งเสริมความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาคเอกชนในการร่วมลงทุน และ พัฒนาระบบแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย
ข้อค้นพบจากผลการวิจัยครั้งนี้มีนัยข้อเสนอสำคัญในการลงมือพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลที่เป็นเครื่องมือการตลาดให้ผู้ค้าปลีกได้มีแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่ทันสมัย กลุ่มภาคเอกชนต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและกฎหมายของรัฐ ในขณะที่กลุ่มภาครัฐสนับสนุนเชิงนโยบายที่สร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันและยืดหยุ่นมากขึ้น
มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ --วิทยานิพนธ์
มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี--วิทยานิพนธ์--2564
การขายปลีก--วิทยานิพนธ์
การค้าปลีก--ความร่วมมือ--วิทยานิพนธ์
ตลาดค้าปลีก
ภาคีความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาพเอกชน
วพ 658.87 / ช416ภ 2564