000 08996nam a2200469 a 4500
001 vtls000068285
003 MTX
005 20260107100017.0
008 120828s2011 th m 000 0 tha d
039 9 _a201507161709
_bVLOAD
_c1
_dSTAFF MATRIX
_c201209041003
_dkusolphong
040 _aPBRU
082 0 4 _aวพ 616.13
_bน836พ
100 0 _aเนาวรัตน์ จันทานนท์
_998791
245 1 0 _aพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในอำเภอเมือง จังหวัดชุมพร : วิทยานิพนธ์ =
_bSelf care behavior of hypertension patients living in mueang district,Chumphon province /
_cเนาวรัตน์ จันทานนท์
246 3 1 _aSelf care behavior of hypertension patients living in mueang district,Chumphon province
260 _aเพชรบุรี :
_bสาขาวิชาสาธารณสุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี,
_c2554
300 _a(10), 122 แผ่น ;
_c30 ซม. +
_eซีดีรอม 1 แผ่น
502 _aวิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 2554
520 _aการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรค ความดันโลหิตสูงในอำเภอเมือง จังหวัดชุมพร 2) ศึกษาระดับความรู้ ความเชื่อ และการสนับสนุน ทางสังคมของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในอำเภอเมือง และ 3) เปรียบเทียบพฤติกรรมการดูแลตนเอง ของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในอำเภอเมือง จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และปัจจัยเสริม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย จำนวน 367 คน สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน และการคำนวณหาสัดส่วน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าต่ำสุด ค่าสูงสุด การทดสอบค่าที และการทดสอบค่าเอฟ ผลการวิจัยพบว่า 1. พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในอำเภอเมือง โดยรวมอยู่ใน ระดับสูงเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านเรียงลำดับจากมากไปน้อยดังนี้ ผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมรับประทานยาครบ ตามจำนวนทแพทย์สั่ง ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุขเกี่ยวกับการดูแลตนเอง และ เมื่อมีอาการเครียดจะผ่อนคลาย โดยการอยู่เงียบ ๆ คนเดียว 2. ความรู้ ความเชื่อ และการสนับสนุนทางสังคมของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ในอำเภอเมือง อยู่ในระดับสูง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านความรู้ ควรออกกำลังกายอย่างน้อย สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ด้านความเชื่อ ผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงจำเป็นต้องมาพบแพทย์ตามนัด ทุกครั้ง ด้านการสนับสนุนทางสังคม ได้รับการสนับสนุนจากคนในครอบครัวให้ไปตรวจตามนัด 3. ผู้ป่วยที่มีอายุ สถานภาพสมรส และอาชีพ แตกต่างกัน มีพฤติกรรมการดูแล ตนเองไม่แตกต่างกัน ส่วนผู้ป่วยที่มีเพศและญาติสายตรงเป็นโรคความดันโลหิตสูงแตกต่างกัน มีพฤติกรรมการดูแลตนเองแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ตามลำดับ และ ปัจจัยเสริมด้านความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูง ความเชื่อเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง และ การสนับสนุนทางสังคม แตกต่างกัน มีพฤติกรรมการดูแลตนเองแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ 0.01 ข้อค้นพบจากการวิจัยพบว่าผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงควรใส่ใจสุขภาพตนเองให้มากขึ้น โดยการจัดสรรเวลาในการออกกำลังกายให้เพียงพอ และไม่ควรออกกำลังมากเกินกำลังของตนเอง คนในครอบครัวควรสอบถามลักษณะและอาการเจ็บป่วยของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงจากแพทย์หรือ บุคลากรสาธารณสุขเพื่อนำมาให้คำแนะนำแก่คนในครอบครัวของตนเองได้
610 2 4 _aมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี.
_bสาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์
_xวิทยานิพนธ์
_998786
610 2 4 _aมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
_xวิทยานิพนธ์
_yพ.ศ. 2554
_995657
650 4 _aการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง
_xวิทยานิพนธ์
_998792
650 4 _aความดันเลือดสูง
_xการดูแล
_xวิทยานิพนธ์
_998793
655 _aโรคความดันโลหิตสูง
_957313
910 _a201208G
942 _c5
_2ddc
999 _c65009
_d65009
856 _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/65009/65009_cover.pdf
_3cover
856 _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/65009/65009_abstract.pdf
_3abstract
856 _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/65009/65009_acknowledgement.pdf
_3acknowledgement
856 _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/65009/65009_content.pdf
_3content
856 _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/65009/65009_chapter1.pdf
_3chapter1
856 _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/65009/65009_chapter2.pdf
_3chapter2
856 _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/65009/65009_chapter3.pdf
_3chapter3
856 _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/65009/65009_chapter4.pdf
_3chapter4
856 _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/65009/65009_chapter5.pdf
_3chapter5
856 _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/65009/65009_bibliography.pdf
_3bibliography
856 _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/65009/65009_appendix.pdf
_3appendix
942 _c11