000 07071nam a2200349 a 4500
001 vtls000069865
003 MTX
005 20260107100019.0
008 130105s2012 th a 000 0dtha d
039 9 _a201507151835
_bVLOAD
_c1
_dSTAFF MATRIX
_c201306272328
_dVLOAD
_c201301281118
_dsu
040 _aPBRU
082 0 4 _aวพ 371.2
_bจ375ค
100 0 _aจำเรียง นิลพงษ์
_9101463
245 1 0 _aความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานกับการบริหารงานบุคคลของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพิ้นที่การนศึกษา ประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 1 : วิทยานิพนธ์ =
_bThe reletionship between school-based management and personnel administration of schools under the Phetchaburi primary educational service area office 1/
_cจำเรียง นิลพงษ์
246 3 1 _aThe reletionship between school-based management and personnel administration of schools under the Phetchaburi primary educational service area office 1
260 _aเพชรบุรี :
_bสาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี,
_c2555
300 _a(10), 132 แผ่น :
_bภาพประกอบ ;
_c30 ซม. +
_eซีดีรอม 1 แผ่น
502 _aวิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 2555
520 _aการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน 2) ศึกษาการบริหารงานบุคคลของโรงเรียน 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานกับการบริหารงานบุคคลของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 1 กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 116 คน ครู และคณะกรรมการสถานศึกษา จำนวน 349 คน รวม 465 คน ซึ่ งได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าร้อยละค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ ของเพียร์สัน ผลการวิจัย พบว่า 1. การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน โดยรวมอยู่ในระดับมากด้านที่อยู่ในอันดับแรก คือ หลักการตรวจสอบและถ่วงดุลรองลงมา คือ หลักการคืนอำนาจการจัดการศึกษาให้ประชาชน และด้านที่อยู่ในอันดับสุดท้ายคือหลักการกระจายอำนาจ 2. การบริหารงานบุคคลของโรงเรียน โดยรวมอยู่ในระดับมากด้านที่อยู่ในอันดับแรก คือ ด้านการวางแผนอัตรากำลังและกำหนดตำแหน่งรองลงมา คือ ด้านการพัฒนาบุคคลและด้านที่อยู่ในอันดับสุดท้าย คือ ด้านการออกจากราชการ 3. ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานกับการบริหารงานบุคคลของโรงเรียน โดยรวมมีความสัมพันธ์กันในทิศทางบวกอยู่ในระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ข้อค้นพบจากการวิจัย คือผู้บริหารควรมีนโยบายในการกระจายอำนาจโดยให้ประชาชนในชุมชนเข้ามาร่วมตัดสินใจในการบริหารงานให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและวัตถุประสงค์ การค้นปัญหาและสาเหตุของปัญหาภายในชุมชน และได้เสนอแนวทางและมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการด้านวิชาการด้านงบประมาณ ด้านการบริหารงานบุคคลและด้านการบริหารทั่วไปของสถานศึกษา เพื่อการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ
610 2 4 _aมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี.
_bสาขาวิชาการบริหารการศึกษา
_xวิทยานิพนธ์
_977623
610 2 4 _aมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
_xวิทยานิพนธ์
_yพ.ศ. 2555
_996648
650 4 _aการบริหารการศึกษา
_xวิทยานิพนธ์
_969319
650 4 _aโรงเรียน
_xการบริหาร
_xวิทยานิพนธ์
_940074
650 4 _aการบริหารงานบุคคล
_xวิทยานิพนธ์
_969069
910 _a201301G
942 _c5
_2ddc
999 _c66562
_d66562
856 _3Fulltext
_uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/66562/66562.pdf
942 _c11