| 000 | 10501nam a22004457a 4500 | ||
|---|---|---|---|
| 008 | 180717s2020 th a|||| |||| 000 0 tha d | ||
| 039 |
_a7972 _bพีรวัฒน์ เพ่งผุดผ่อง _c1 _dSTAFF MATRIX |
||
| 040 | _aPBRU | ||
| 082 | 0 | 4 |
_aวพ 371.102 _bพ345น 2563 |
| 100 | 0 |
_aพระปลัดปรัชญา ขนฺติจิตฺโต (จิตต์ผ่องใส) _9127341 |
|
| 245 | 1 | 0 |
_aแนวทางการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 ด้วยนิทานธรรมบท ในโรงเรียนคงคาราม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี : วิทยานิพนธ์ = _bGuidelines for developing learning skills in the 21st century with dhamma stories for Mathayom Suksa 1 students in Kongkharam school, Muang district, Phetchaburi province. / _cพระปลัดปรัชญา ขนฺติจิตฺโต (จิตต์ผ่องใส) |
| 246 | 3 | 1 | _aGuidelines for developing learning skills in the 21st century with dhamma stories for Mathayom Suksa 1 students in Kongkharam school, Muang district, Phetchaburi province. |
| 260 |
_aเพชรบุรี : _bสาขายุทธศาสตร์การพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, _c2563 |
||
| 300 |
_a146 แผ่น : _bภาพประกอบ ; _c30 ซม.+ _eซีดีรอม 1 แผ่น |
||
| 502 | _aวิทยานิพนธ์ (ศศ.ม.)--มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 2563 | ||
| 520 | _aการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เป็นการส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม ผู้วิจัยจึงสนใจทำวิจัย เรื่องแนวทางการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนด้วยนิทานธรรมบท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบสำคัญที่สนับสนุนการพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 2) ศึกษาทักษะการเรียนรู้ด้วยนิทานธรรมบท และ 3) กำหนดแนวทางการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนคงคาราม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 210คน ที่ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.92 สำหรับรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ความถี่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึกแบบมีโครงสร้างกับกลุ่มตัวอย่างผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 10 คน ที่ได้จากการเลือกแบบเจาะจง และวิเคราะห์เชิงเนื้อหากับข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์เชิงลึก ผลการวิจัย พบว่า 1. องค์ประกอบสำคัญที่สนับสนุนการพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านเรียงลำดับค่าเฉลี่ยมากที่สุดไปหาน้อยสุด ได้แก่ด้านการสร้างเจตคติของผู้เรียนและแรงจูงใจในการเรียนรู้ด้านทักษะชีวิตและอาชีพ และด้านการใช้เทคโนโลยีได้อย่างสร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพ ตามลำดับ 2. ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ด้วยนิทานธรรมบท โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านตามค่าเฉลี่ยมากที่สุดไปหาน้อยสุด ได้แก่ ด้านการถาม (ปุจฉา) ด้านการฟัง (สุตะ) และด้านการจดบันทึก (ลิขิต) ตามลำดับ 3. แนวทางการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1ด้วยนิทานธรรมบท ประกอบด้วย 4 ด้าน 1) ด้านโรงเรียน ควรมียุทธศาสตร์สำหรับการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ 2) ด้านผู้สอน ควรจัดการเรียนรู้ที่มีความหลากหลายเพื่อสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ของผู้เรียน 3) ด้านผู้เรียน ควรตระหนักถึงความสำคัญต่อเรื่องที่เรียนเพื่อนำสิ่งที่เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และ 4) ด้านพระผู้สอนศีลธรรม ควรส่งเสริมผู้เรียนให้มีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาทักษะความคิดและการเรียนรู้ด้วยตนเอง ข้อค้นพบจากการวิจัยแสดงให้เห็นว่า นิทานธรรมบทมีเนื้อหาที่โดดเด่นในการสร้างเรื่องเพื่อสอนให้เป็นคนดีและรู้จักหน้าที่ สะดวกต่อการจัดการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติที่สามารถเปลี่ยนความเชื่อที่ส่งผลต่อพฤติกรรม และสร้างความพึงพอใจในการเรียนรู้ให้ดีขึ้นได้ | ||
| 541 | _aบริจาค | ||
| 610 | 2 | 4 |
_aมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี. _bสาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนา _xวิทยานิพนธ์ _977790 |
| 610 | 2 | 4 |
_aมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี _xวิทยานิพนธ์ _y2563 _9125770 |
| 610 | 2 | 4 |
_aโรงเรียนคงคาราม _xวิทยานิพนธ์ _zเพชรบุรี _9127342 |
| 650 | 4 |
_aการศึกษาขั้นมัธยมศึกษา _xการศึกษาและการสอน _xวิทยานิพนธ์ _999010 |
|
| 655 | 4 |
_aทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 _9127343 |
|
| 655 | 4 |
_aนิทานธรรมบท _9127344 |
|
| 910 | _a202109 | ||
| 942 |
_2ddc _c5 |
||
| 942 | _02 | ||
| 999 |
_c89866 _d89866 |
||
| 856 | 4 |
_3cover _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/89866/89866_cover.pdf |
|
| 856 | 4 |
_3abstract _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/89866/89866_abstract.pdf |
|
| 856 | 4 |
_3acknowledgement _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/89866/89866_acknowledgement.pdf |
|
| 856 | 4 |
_3content _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/89866/89866_content.pdf |
|
| 856 | 4 |
_3chapter1 _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/89866/89866_chapter1.pdf |
|
| 856 | 4 |
_3chapter2 _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/89866/89866_chapter2.pdf |
|
| 856 | 4 |
_3chapter3 _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/89866/89866_chapter3.pdf |
|
| 856 | 4 |
_3chapter4 _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/89866/89866_chapter4.pdf |
|
| 856 | 4 |
_3chapter5 _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/89866/89866_chapter5.pdf |
|
| 856 | 4 |
_3bibliography _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/89866/89866_bibliography.pdf |
|
| 856 | 4 |
_3appendix _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/89866/89866_appendix.pdf |
|
| 942 | _c11 | ||