000 11187nam a22004217a 4500
008 180717s2021 th a|||| |||| 000 0 tha d
039 _a7972
_bพีรวัฒน์ เพ่งผุดผ่อง
_c1
_dSTAFF MATRIX
040 _aPBRU
082 0 4 _aวพ 915.9304
_bป346น 2564
100 0 _aประภาส อินทนู
_9127453
245 1 0 _aแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชุมชนวัดเกาะ ตำบลท่าราบ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี : วิทยานิพนธ์ =
_bGuidelines for development of Wat Kho community cultural tourism in Mueang district, Phetchaburi province. /
_cประภาส อินทนู
246 3 1 _aGuidelines for development of Wat Kho community cultural tourism in Mueang district, Phetchaburi province.
260 _aเพชรบุรี :
_bสาขายุทธศาสตร์การพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี,
_c2564
300 _a131 แผ่น :
_bภาพประกอบ ;
_c30 ซม. +
_eซีดีรอม 1 แผ่น
502 _aวิทยานิพนธ์(ศศ.ม.)—มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 2564
520 _aการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นทางเลือกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์วัฒนธรรม วิถีชีวิต และศิลปะทุกแขนง การท่องเที่ยวในชุมชนวัดเกาะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแห่งหนึ่ง แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวอย่างกว้างขวางนัก งานวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาบริบทแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนวัดเกาะ 2) ศึกษาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชุมชนวัดเกาะ และ 3) เสนอแนวทางการพัฒนา การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนวัดเกาะ ตำบลท่าราบ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสานระหว่างวิธีวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการวิจัย คือ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยว จำนวน 400 คน ด้วยการสุ่มแบบบังเอิญ โดยการใช้แบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.953 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิธีวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้แบบสัมภาษณ์เจาะลึกแบบมีโครงสร้างกับผู้นำชุมชน เจ้าของภูมิปัญญา เจ้าของกิจการร้านค้า วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรีหรือตัวแทน เจ้าพนักงานท้องถิ่น เจ้าอาวาสในชุมชนวัดเกาะ และตัวแทนชุมชน รวมจำนวน 9 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1. บริบทแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนวัดเกาะประกอบด้วยสถาปัตยกรรมของวัดเกาะสุทธาราม ได้แก่ พระอุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ กุฏิสามห้อง หอระฆัง ศาลาท่าน้ า (ศาลามเหศวร) ภาพจิตรกรรมฝาผนังของวัดเกาะ และการสืบสานงานสกุลช่างเมืองเพชรด้านช่างแกะสลักไม้โมก ช่างทำทอง และช่างปูนปั้น เป็นต้น 2. ศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชุมชนวัดเกาะ โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าทุกด้านอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยดังนี้ ด้านสิ่งดึงดูดใจ ด้านความสามารถในการจัดโปรแกรมการท่องเที่ยว ด้านความสามารถในการเข้าถึง ด้านกิจกรรม ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก และด้านการให้บริการของแหล่งท่องเที่ยว ตามลำดับ 3. แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนวัดเกาะ ประกอบด้วยสำนักงานการท่องเที่ยวของจังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และชุมชนควรเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวพื้นที่เพื่อจัด กิจกรรมร่วมกันสร้างอัตลักษณ์การท่องเที่ยวสู่ความเป็นเลิศ แสดงความโดดเด่นของชุมชนวัดเกาะโดยการจัดงานประเพณี แสดงวิถีชีวิตชุมชน สถาปัตยกรรมต่าง ๆ โดยไม่ทิ้งความเป็นเอกลักษณ์แบบดั้งเดิม แต่เป็นการสอดแทรกรูปแบบการท่องเที่ยวสมัยใหม่เข้าไป เช่น การจัดทำสตรีทอาร์ต จุดถ่ายภาพที่แสดงให้เห็นอัตลักษณ์ของชุมชน จัดทำคิวอาร์โค้ด เรื่องเล่าของแหล่งท่องเที่ยวและข้อมูลของชุมชนวัดเกาะ พร้อมทั้งปรับปรุง บูรณะ และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้สะอาด ปลอดภัย สวยงาม และคงอยู่กับชุมชนไปอีกยาวนาน ข้อค้นพบจากการวิจัยพบว่า การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชุมชนวัดเกาะได้ยึดองค์ประกอบศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทั้ง 6 ด้าน ได้แก่ ด้านความสามารถในการจัดโปรแกรม การท่องเที่ยว ด้านความสามารถในการเข้าถึง ด้านสิ่งดึงดูดใจ ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ด้านกิจกรรม และด้านการให้บริการของแหล่งท่องเที่ยว โดยสามารถเป็นแนวทางในการส่งเสริมวัฒนธรรมของชุมชนวัดเกาะและสร้างรายได้แก่คนในชุมชน
541 _aบริจาค
610 2 4 _aมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
_bสาขายุทธศาสตร์การพัฒนา
_xวิทยานิพนธ์
_975938
610 2 4 _aมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
_xวิทยานิพนธ์
_y2564
_9125180
650 4 _aการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
_xวิทยานิพนธ์
_9127454
650 4 _aชุมชนวัดเกาะ
_xวิทยานิพนธ์
_9127455
651 4 _aเพชรบุรี
_xการท่องเที่ยว
_xการพัฒนา
_9127456
856 4 _3cover
_uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/91619/91619_cover.pdf
856 4 _3abstract
_uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/91619/91619_abstract.pdf
856 4 _3acknowledgement
_uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/91619/91619_acknowledgement.pdf
856 4 _3content
_uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/91619/91619_content.pdf
856 4 _3chapter1
_uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/91619/91619_chapter1.pdf
856 4 _3chapter2
_uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/91619/91619_chapter2.pdf
856 4 _3chapter3
_uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/91619/91619_chapter3.pdf
856 4 _3chapter4
_uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/91619/91619_chapter4.pdf
856 4 _3chapter5
_uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/91619/91619_chapter5.pdf
856 4 _3bibliography
_uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/91619/91619_bibliography.pdf
856 4 _3appendix
_uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/91619/91619_appendix.pdf
910 _a202209
942 _2ddc
_c5
942 _c11
_2ddc
999 _c91619
_d91619