| 000 | 10110nam a22003977a 4500 | ||
|---|---|---|---|
| 008 | 180717s2021 th ||||| |||| 000 0 tha d | ||
| 039 |
_a7972 _bพีรวัฒน์ เพ่งผุดผ่อง _c6182 _dนิรดา เอี่ยมอาษา |
||
| 040 | _aPBRU | ||
| 082 | 0 | 4 |
_aวพ 294.366 _bส194ร 2564 |
| 100 | 0 |
_aสนอง ธัญญานนท์ _9127480 |
|
| 245 | 1 | 0 |
_aรูปแบบการบริหารกิจการคณะสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช 2561 (ฉบับใหม่) ที่เหมาะสมกับภูมิสังคมจังหวัดเพชรบุรี : วิทยานิพนธ์ = _bA form of administration of sangha affairs under sangha act B.E. 2561 (new version) suitable for Phetchaburi provincial geo-society. / _cสนอง ธัญญานนท์ |
| 246 | 3 | 1 | _aA form of administration of sangha affairs under sangha act B.E. 2561 (new version) suitable for Phetchaburi provincial geo-society. |
| 260 |
_aเพชรบุรี : _bสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์, _c2564 |
||
| 300 |
_a190 แผ่น : _c30 ซม. + _eซีดีรอม 1 แผ่น _b; |
||
| 502 | _aวิทยานิพนธ์(ศศ.ม.)—มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 2564 | ||
| 520 | _aการบริหารกิจการคณะสงฆ์มีภารกิจเฉพาะที่กำหนดตามระบบการปกครองตามลำดับชั้น เพื่อขับเคลื่อนศาสนกิจและองค์กรคณะสงฆ์ทุกระดับซึ่งมีพัฒนาการเปลี่ยนไปตามกาลเวลา จึงทำให้ผู้วิจัยสนใจที่จะทำวิจัยเรื่องนี้ในภาวะปัจจุบันโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการบริหารกิจการคณะสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช 2561 (ฉบับใหม่) ที่เหมาะสมกับภูมิสังคมจังหวัดเพชรบุรี 2) ศึกษาปัจจัยทางการบริหารที่ส่งผลต่อการบริหารกิจการคณะสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับใหม่ที่เหมาะสม กับภูมิสังคมจังหวัดเพชรบุรี และ 3) สังเคราะห์หารูปแบบการบริหารกิจการคณะสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับใหม่ที่เหมาะสมกับภูมิสังคมจังหวัดเพชรบุรีโดยรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ใช้แบบสอบถามจากรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 359 คนที่ได้จากการเลือกแบบเจาะจง และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพได้จากการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างจากผู้ให้ข้อมูลที่เลือกมาแบบเจาะจงจำนวน 16 คน และนำข้อมูลที่ได้ มาทำการวิเคราะห์เนื้อหาด้วยการจำแนก จัดหมวดหมู่ และสรุปประเด็นตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย ผลการวิจัยพบว่า 1. การบริหารกิจการคณะสงฆ์จังหวัดเพชรบุรีในปัจจุบันดำเนินการตามภารกิจ 6 ด้านที่มีการขับเคลื่อนไปพร้อมๆ ได้แก่ การปกครอง การเผยแผ่ การศึกษา การสาธารณูปการ การศึกษาสงเคราะห์ และการสาธารณสงเคราะห์รวมทั้งการสร้างพุทธมณฑลเพชรบุรี ให้เป็นรูปธรรม ภายใต้ความรับผิดชอบบังคับบัญชาของเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล และเจ้าอาวาส ตามลำดับ 2. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารคณะสงฆ์ที่เหมาะสมกับภูมิสังคมจังหวัดเพชรบุรี ได้แก่ การดำเนินการตามระเบียบปฏิบัติตามระบบที่ชัดเจนที่สุด การสร้างทรัพยากรบุคคลด้านทัศนคติด้านการแสดงออก และด้านการปฏิบัติตนต่อสังคมแบบมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เป็นรูปธรรม การใช้อำนาจการตัดสินใจร่วมกัน และความรับผิดชอบการพัฒนาพื้นที่และสังคม ตามลำดับ 3. รูปแบบการบริหารคณะสงฆ์ที่เหมาะสมกับภูมิสังคมจังหวัดเพชรบุรี ได้แก่ การมุ่งเน้นแสดงบทบาทเชิงรุกต่อสังคม เปลี่ยนบทบาทจากผู้รับเป็นผู้ให้ พระสงฆ์ควรรู้กฎหมายและเชี่ยวชาญพระธรรมวินัย สร้างโจทย์การทำงานเชิงรุกที่เน้นความหลากหลายทางวัฒนธรรม พัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทั้งสอน ตรวจสอบและประเมินผล มีความสามารถด้านการสำรวจการก่อสร้างและการซ่อมบำรุงส่งเสริมการศึกษาภายใต้การสำรวจต้องการ บูรณาการบทบาทพระสงฆ์ต่อสังคม และสร้างพุทธมณฑลด้วยความร่วมมือกันทุกภาคส่วนทั้งภาคราชการ ภาครัฐวิสาหกิจ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน ข้อค้นพบจากการวิจัยแสดงให้เห็นแนวทางการพัฒนาการบริหารคณะสงฆ์ที่เหมาะสมกับภาวะปัจจุบันที่มุ่งเน้นระบบการบริหารตามหลักธรรมภิบาลแต่ไม่ขัดต่อพระธรรมวินัย แสดงบทบาทเชิงรุก ทั้งนี้ควรมีการวิจัยด้านประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการบริหารคณะสงฆ์ภายใต้การไม่มีบทลงโทษขั้นร้ายแรง | ||
| 541 | _aบริจาค | ||
| 610 | 2 | 4 |
_aมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี _bสาขาวิชารัฐประสาสนศาสตร์ _xวิทยานิพนธ์ _9125769 |
| 650 | 4 |
_aสงฆ์ _xการบริหาร _9127481 |
|
| 655 | 4 |
_aรูปแบบการบริหารกิจการคณะสงฆ์ _9127482 |
|
| 856 | 4 |
_3cover _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/91631/91631_cover.pdf |
|
| 856 | 4 |
_3abstract _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/91631/91631_abstract.pdf |
|
| 856 | 4 |
_3acknowledgement _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/91631/91631_acknowledgement.pdf |
|
| 856 | 4 |
_3content _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/91631/91631_content.pdf |
|
| 856 | 4 |
_3chapter1 _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/91631/91631_chapter1.pdf |
|
| 856 | 4 |
_3chapter2 _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/91631/91631_chapter2.pdf |
|
| 856 | 4 |
_3chapter3 _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/91631/91631_chapter3.pdf |
|
| 856 | 4 |
_3chapter4 _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/91631/91631_chapter4.pdf |
|
| 856 | 4 |
_3chapter5 _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/91631/91631_chapter5.pdf |
|
| 856 | 4 |
_3bibliography _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/91631/91631_bibliography.pdf |
|
| 856 | 4 |
_3appendix _uhttps://book.pbru.ac.th/multim/thesis/91631/91631_appendix.pdf |
|
| 910 | _a202209 | ||
| 942 |
_2ddc _c5 _02 |
||
| 942 |
_c11 _2ddc |
||
| 999 |
_c91631 _d91631 |
||