000 10894nam a22004217a 4500
008 180717s2022 th a|||| |||| 000 0 tha d
039 _a7972
_bพีรวัฒน์ เพ่งผุดผ่อง
_c1
_dSTAFF MATRIX
040 _aPBRU
082 0 4 _aวพ 371.2
_bน179ก 2565
100 0 _aนพมนต์ พรหมประเสริฐ
_9127603
245 1 0 _aการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ในการพัฒนาประสิทธิผลของโรงเรียนบ้านลาดวิทยา จังหวัดเพชรบุรี : วิทยานิพนธ์ =
_bCreating Learning Organization for Developing the Effectiveness of Ban Lat Wittaya School, Phetchaburi Province. /
_cนพมนต์ พรหมประเสริฐ
246 3 1 _aCreating Learning Organization for Developing the Effectiveness of Ban Lat Wittaya School, Phetchaburi Province.
260 _aเพชรบุรี :
_bสาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี,
_c2565
300 _a247 แผ่น :
_bภาพประกอบ ;
_c30 ซม. + ซีดีรอม 1 แผ่น
502 _aวิทยานิพนธ์(ค.ม.)—มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 2565
520 _aการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของบุคลากร และครูสามารถ สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ การวิจัยเรื่องการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ในการพัฒนาประสิทธิผลของโรงเรียนบ้าน ลาดวิทยา จังหวัดเพชรบุรี เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ในการ พัฒนาประสิทธิผลของโรงเรียนบ้านลาดวิทยา 2) ศึกษาประสิทธิผลที่เกิดจากการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ของ โรงเรียนบ้านลาดวิทยา การดำเนินการวิจัยมี 2 ขั้นตอน คือ 1) ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ และประสิทธิผลของสถานศึกษา 2) การสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ 5 ขั้นตอน กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ ภาษาไทย สังคมศึกษาฯ รวม 25 คน และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2-6 รวม 176 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนการปฏิบัติการ การสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ 2) แบบสำรวจรายบุคคลของครูผู้สอน 3) แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง 4) ประเด็น การสนทนากลุ่ม สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความถี่ การทดสอบที การวิเคราะห์ความแปรปรวน การทดสอบความสัมพันธ์โดยไคสแควร์ และวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1. การสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนบ้านลาดวิทยา มีกระบวนการ 5 ขั้นตอน คือ 1) การพัฒนา ครูให้เป็นบุคคลที่มีความรอบรู้ โดยการปฐมนิเทศให้ความรู้ และวิเคราะห์ความเชี่ยวชาญ 2) การพัฒนาครูให้มีแบบ แผนความคิด โดยการระดมสมองวิเคราะห์การจัดการเรียนการสอน 3) การสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน 4) การพัฒนาครู ให้เรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม โดยแลกเปลี่ยนผลการจัดการเรียนการสอน และ 5) การพัฒนาครูให้คิดอย่างเป็นระบบ โดยสรุปความสำเร็จและกำหนดขั้นตอนการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนบ้านลาดวิทยา เมื่อเปรียบเทียบ โดยรวมและรายด้านมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 2. ประสิทธิผลของสถานศึกษาที่เกิดจากการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ มีดังนี้ 1) ด้านความสามารถ ในการผลิตนักเรียนให้มีผลสัมฤทธิ์สูง โดยเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของเกรดเฉลี่ยรายวิชามีความแตกต่างกัน และพัฒนาขึ้น 2) ความสามารถในการพัฒนานักเรียนให้มีทัศนคติทางบวก โดยวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการตัดสินใจเลือกทำ โครงงานคุณธรรมด้านการมีวินัย ความซื่อสัตย์ และมีจิตสาธารณะกับระดับชั้น พบว่า ไม่มีความสัมพันธ์กัน 3) ด้าน ความสามารถในการปรับเปลี่ยนพัฒนาโรงเรียน โดยการนิเทศครูเมื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยมีความแตกต่างกัน ครูสามารถเปลี่ยนรูปแบบและวิธีสอนทำให้ได้วิธีการสอนตามความเชี่ยวชาญของตนเอง และ 4) ด้านความสามารถ ในการแก้ปัญหาภายในโรงเรียน โดยเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย พบว่า มีความแตกต่างกันและครูสามารถแก้ปัญหาด้าน การจัด การเรียนการสอนได้ดีขึ้น ข้อค้นพบจากการวิจัยครั้งนี้ พบว่า การสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ มีความสัมพันธ์ต่อการพัฒนา ประสิทธิผลของโรงเรียน ผู้บริหารต้องให้ความร่วมมือและสร้างแรงบันดาลใจ สนับสนุนให้ครูพัฒนากระบวนการ จัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ที่มีส่วนในการช่วยพัฒนาคุณภาพของโรงเรียนได้
541 _aบริจาค
610 2 4 _aมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
_xวิทยานิพนธ์
_y2565
_9125317
610 2 4 _aมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
_bสาขาวิชาการบริหารการศึกษา
_xวิทยานิพนธ์
_977623
650 4 _aโรงเรียน
_xการบริหาร
_xวิทยานิพนธ์
_940074
655 4 _aการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้
_9127604
655 4 _aประสิทธิผลของสถานศึกษา
_9127605
856 4 _3cover
_uhttp://book.pbru.ac.th/multim/thesis/92762/92762_cover.pdf
856 4 _3abstract
_uhttp://book.pbru.ac.th/multim/thesis/92762/92762_abstract.pdf
856 4 _3acknowledgement
_uhttp://book.pbru.ac.th/multim/thesis/92762/92762_acknowledgement.pdf
856 4 _3content
_uhttp://book.pbru.ac.th/multim/thesis/92762/92762_content.pdf
856 4 _3chapter1
_uhttp://book.pbru.ac.th/multim/thesis/92762/92762_chapter1.pdf
856 4 _3chapter2
_uhttp://book.pbru.ac.th/multim/thesis/92762/92762_chapter2.pdf
856 4 _3chapter3
_uhttp://book.pbru.ac.th/multim/thesis/92762/92762_chapter3.pdf
856 4 _3chapter4
_uhttp://book.pbru.ac.th/multim/thesis/92762/92762_chapter4.pdf
856 4 _3chapter5
_uhttp://book.pbru.ac.th/multim/thesis/92762/92762_chapter5.pdf
856 4 _3bibliography
_uhttp://book.pbru.ac.th/multim/thesis/92762/92762_bibliography.pdf
856 4 _3appendix
_uhttp://book.pbru.ac.th/multim/thesis/92762/92762_appendix.pdf
910 _a202312
942 _c11
942 _2ddc
_c5
999 _c92762
_d92762