การบริหารเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางกายของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนวัดจันทราวาส(ศุขประสารราษฎร์) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา เขต 10 : วิทยานิพนธ์ Strategic administration for physical fitness development of junior high school students at Watjuntrawat (Sukprasarnrat) school under the office of secondary educational service area 10. / อนุวัฒน์ ไชยวรรณคำ

By: Call number: วพ 371.7 อ223ก 2564 Material type: TextPublication details: เพชรบุรี : สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 2564Description: 193 แผ่น : ภาพประกอบ ; 30 ซม. + ซีดีรอม 1 แผ่นOther title:
  • Strategic administration for physical fitness development of junior high school students at Watjuntrawat (Sukprasarnrat) school under the office of secondary educational service area 10
Subject(s): Genre/Form: Call Number:
  • วพ 371.7 อ223ก 2564
Online resources: Dissertation note: วิทยานิพนธ์(ค.ม.)-มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 2564 Summary: การบริหารเชิงกลยุทธ์มีกระบวนการที่สามารถนำสู่การปฏิบัติอย่างเป็นระบบ และมีความสำคัญที่ส่งผลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ดังนั้นผู้วิจัยจึงสนใจทำวิจัยเรื่องนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) การบริหารเชิงกลยุทธ์สำหรับการพัฒนาสมรรถภาพทางกายของนักเรียน และ 2) ผลการพัฒนาสมรรถภาพทางกายของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 10 กลุ่มเป้าหมาย คือ ครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา จำนวน 9คน และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 82 คน โดยทำการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์กึ่งมีโครงสร้าง มีค่าความสอดคล้องเท่ากับ 1.0 แบบบันทึกผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย มีค่าความสอดคล้องเท่ากับ 1.0 และโปรแกรมพัฒนาสมรรถภาพทางกาย “FAM Heart test JS program” มีค่าความสอดคล้อง เท่ากับ 1.0 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า 1. การบริหารเชิงกลยุทธ์ส าหรับการพัฒนาสมรรถภาพทางกายของนักเรียน มี 4 ขั้นตอน คือ 1) การวิเคราะห์สภาพปัญหาสมรรถภาพทางกายของนักเรียน 2) การสร้างกลยุทธ์พัฒนาสมรรถภาพทางกาย คือ โปรแกรมพัฒนาสมรรถภาพทางกาย เรียกว่า “FAM Heart test JS program” 3) การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ และ 4) การควบคุมและประเมินกลยุทธ์ 2. ผลการพัฒนาสมรรถภาพกายของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียน วัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) พบว่า นักเรียนมีสมรรถภาพทางกายก่อนฝึก มีค่าเฉลี่ย 1.70 คิดเป็นร้อยละ 34.39 และนักเรียน มีสมรรถภาพทางกายหลังการฝึกด้วยโปรแกรมพัฒนาสมรรถภาพทางกาย พบว่า นักเรียนมีสมรรถภาพทางกาย มีค่าเฉลี่ย 2.45 คิดเป็นร้อยละ 49.27 ซึ่งมีสมรรถภาพทางกาย สูงกว่าก่อนการฝึก คิดเป็นร้อยละ 14.88 ข้อค้นพบจากการวิจัยครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า กลยุทธ์ที่ครูให้ความสำคัญ คือ กลยุทธ์ การยกระดับการจัดกิจกรรมส่งเสริมสมรรถภาพทางกายในโรงเรียนซึ่งต้องได้รับความร่วมมือและการทำงานเป็นทีม จากครูพลศึกษาทุกคน และต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารสถานศึกษา ดังนั้น ผู้บริหารสถานศึกษาจึงควรกำหนดเป็นนโยบายของสถานศึกษาให้มีการดำเนินการพัฒนาสมรรถภาพทางกายของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง
Star ratings
    Average rating: 0.0 (0 votes)
Holdings
Cover image Item type Current library Home library Collection Shelving location Call number Materials specified Vol info URL Copy number Status Notes Date due Barcode Item holds Item hold queue priority Course reserves
Thesis PBRU Library บรรณราชฯ ชั้น 5 วิทยานิพนธ์ ชั้น 5 วพ 371.7 อ223ก 2564 (Browse shelf(Opens below)) 1 Available 1000209741
Thesis PBRU Library บรรณราชฯ ชั้น 5 วิทยานิพนธ์ ชั้น 5 วพ 371.7 อ223ก 2564 (Browse shelf(Opens below)) 2 Available 1000209742

วิทยานิพนธ์(ค.ม.)-มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 2564

การบริหารเชิงกลยุทธ์มีกระบวนการที่สามารถนำสู่การปฏิบัติอย่างเป็นระบบ และมีความสำคัญที่ส่งผลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ดังนั้นผู้วิจัยจึงสนใจทำวิจัยเรื่องนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) การบริหารเชิงกลยุทธ์สำหรับการพัฒนาสมรรถภาพทางกายของนักเรียน และ 2) ผลการพัฒนาสมรรถภาพทางกายของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 10 กลุ่มเป้าหมาย คือ ครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา จำนวน 9คน และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 82 คน โดยทำการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์กึ่งมีโครงสร้าง มีค่าความสอดคล้องเท่ากับ 1.0 แบบบันทึกผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย มีค่าความสอดคล้องเท่ากับ 1.0 และโปรแกรมพัฒนาสมรรถภาพทางกาย “FAM Heart test JS program” มีค่าความสอดคล้อง เท่ากับ 1.0 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัย พบว่า
1. การบริหารเชิงกลยุทธ์ส าหรับการพัฒนาสมรรถภาพทางกายของนักเรียน มี 4 ขั้นตอน
คือ 1) การวิเคราะห์สภาพปัญหาสมรรถภาพทางกายของนักเรียน 2) การสร้างกลยุทธ์พัฒนาสมรรถภาพทางกาย คือ โปรแกรมพัฒนาสมรรถภาพทางกาย เรียกว่า “FAM Heart test JS program” 3) การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ และ 4) การควบคุมและประเมินกลยุทธ์
2. ผลการพัฒนาสมรรถภาพกายของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียน
วัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) พบว่า นักเรียนมีสมรรถภาพทางกายก่อนฝึก มีค่าเฉลี่ย 1.70 คิดเป็นร้อยละ 34.39 และนักเรียน มีสมรรถภาพทางกายหลังการฝึกด้วยโปรแกรมพัฒนาสมรรถภาพทางกาย พบว่า นักเรียนมีสมรรถภาพทางกาย มีค่าเฉลี่ย 2.45 คิดเป็นร้อยละ 49.27 ซึ่งมีสมรรถภาพทางกาย สูงกว่าก่อนการฝึก คิดเป็นร้อยละ 14.88
ข้อค้นพบจากการวิจัยครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า กลยุทธ์ที่ครูให้ความสำคัญ คือ กลยุทธ์ การยกระดับการจัดกิจกรรมส่งเสริมสมรรถภาพทางกายในโรงเรียนซึ่งต้องได้รับความร่วมมือและการทำงานเป็นทีม จากครูพลศึกษาทุกคน และต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารสถานศึกษา ดังนั้น ผู้บริหารสถานศึกษาจึงควรกำหนดเป็นนโยบายของสถานศึกษาให้มีการดำเนินการพัฒนาสมรรถภาพทางกายของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง

บริจาค

There are no comments on this title.

to post a comment.
Share


Office of Academic Resources and Information Technology
      38 Moo. 8, Nawung Sub-District, Muang Phetchaburi District, Phetchaburi 76000 Thailand
    Tel: (032) 708609  Email: library_office@mail.pbru.ac.th