การพัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับการตั้งปัญหาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 : วิทยานิพนธ์ = Enhancing mathayomsuksa 4 students’ mathematical problem solving ability through learning activities employing problem-based learning approach and problem posing approach / ดุจฤดี ประเสริฐสวัสดิ์
Call number: วพ 513.2 ด673ก 2564 Material type:
TextPublication details: เพชรบุรี : สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 2564Description: 155 แผ่น : 30 ซม. + ซีดีรอม 1 แผ่นOther title: - Enhancing mathayomsuksa 4 students’ mathematical problem solving ability through learning activities employing problem-based learning approach and problem posing approach
- วพ 513.2 ด673ก 2564
| Cover image | Item type | Current library | Home library | Collection | Shelving location | Call number | Materials specified | Vol info | URL | Copy number | Status | Notes | Date due | Barcode | Item holds | Item hold queue priority | Course reserves | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
Thesis
|
PBRU Library บรรณราชฯ ชั้น 5 | วิทยานิพนธ์ ชั้น 5 | วพ 513.2 ด673ก 2564 (Browse shelf(Opens below)) | 1 | Available | 1000209816 | ||||||||||||
Thesis
|
PBRU Library บรรณราชฯ ชั้น 5 | วิทยานิพนธ์ ชั้น 5 | วพ 513.2 ด673ก 2564 (Browse shelf(Opens below)) | 2 | Available | 1000209817 |
Browsing PBRU Library shelves,Shelving location: บรรณราชฯ ชั้น 5,Collection: วิทยานิพนธ์ ชั้น 5 Close shelf browser (Hides shelf browser)
วิทยานิพนธ์(ค.ม.)—มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 2564
ความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์เป็นความสามารถพื้นฐานที่สำคัญ และ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ นักเรียนทุกคนควรจะได้เรียนรู้ ฝึกฝน และพัฒนาให้เกิดขึ้นในตัวเองจนสามารถนำไปใช้ในแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้ผู้วิจัยจึงสนใจในการทำวิจัยเรื่องนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ในภาพรวมและแยกตาม
องค์ประกอบย่อยของนักเรียนก่อน และหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับการตั้งปัญหา และ 2) เปรียบเทียบความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหา
ทางคณิตศาสตร์ในภาพรวมและแยกตามองค์ประกอบย่อยของ นักเรียนระหว่างกลุ่มที่ได้รับการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับการตั้งปัญหากับกลุ่มที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์แบบปกติกลุ่มตัวอย่างใช้ในการวิจัย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทดลอง ได้แก่ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 1 จำนวน 35 คน และกลุ่มควบคุม ได้แก่ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 2 จำนวน 34 คน โดยใช้เทคนิคการสุ่มตัวอย่างแบบง่ายโดยการจับสลาก เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองครั้งนี้ ได้แก่ แผนการ จัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับการตั้งปัญหาคณิตศาสตร์ และแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์แบบปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่ แบบวัดความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ฉบับที่ 1 และฉบับที่ 2 ซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้อง IOC มีค่าตั้งแต่ 0.80 – 1.00 สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ค่าทีและการวิเคราะห์ค่าเอฟ
ผลการวิจัยพบว่า
1. นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับการตั้งปัญหา มีความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2. นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับการตั้งปัญหา มีความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ สูงกว่ากลุ่มที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์แบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ข้อค้นพบจากการวิจัย คือ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับการตั้งปัญหาเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ทำให้นักเรียนสามารถเชื่อมโยงข้อมูล นำข้อมูลมาวางแผนในการแก้ปัญหาอย่างเป็น
ขั้นตอน สามารถดำเนินการแก้โจทย์ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ นอกจากนั้นการตั้งปัญหา ยังกระตุ้นให้นักเรียนจดจ่อกับเนื้อหาและเรื่องที่เรียนอย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการเรียนรู้ จึงทำให้นักเรียนมีความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์
บริจาค
There are no comments on this title.






