ปัจจัยที่ส่งผลต่อการคงอยู่ของครูโรงเรียนเอกชนในสังกัดสังฆมณฑลราชบุรี : วิทยานิพนธ์ = Factors affecting the persistence of private school teachers under the diocese of Ratchaburi. / จิรพรรณ วงศ์ไพรินทร์

By: Call number: วพ 371.1 จ496ป 2564 Material type: TextPublication details: เพชรบุรี : สาขาวิชาการบริหารหารศึกษา, 2564Description: 95 แผ่น : 30 ซม. + ซีดีรอม 1 แผ่นOther title:
  • Factors affecting the persistence of private school teachers under the diocese of Ratchaburi
Subject(s): Genre/Form: Call Number:
  • วพ 371.1  จ496ป 2564
Online resources: Dissertation note: วิทยานิพนธ์(ค.ม.)—มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 2564 Summary: โรงเรียนในสังกัดสังฆมณฑลราชบุรีประสบปัญหาในเรื่องการลาออกของครูเพื่อไปสอบบรรจุรับราชการหรือประกอบอาชีพอื่น ทำให้โรงเรียนต้องสรรหาและพัฒนาครูที่รับเข้าใหม่อยู่เป็นประจำทุกปี ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการคงอยู่ในงานของครูโรงเรียนเอกชน การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ระดับของปัจจัยที่ส่งผลต่อการคงอยู่ในงาน 2) ระดับการคงอยู่ในงาน และ 3) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการคงอยู่ในงานของครู กลุ่มตัวอย่างของการวิจัยเป็นครูโรงเรียนเอกชนในสังกัดสังฆมณฑลราชบุรี จำนวน 294 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามที่มีค่า IOC ระหว่าง 0.67 – 1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม 0.95 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เส้นทางอิทธิพล ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับของปัจจัยที่ส่งผลต่อการคงอยู่ในงานอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยดังนี้ ความผูกพันต่อองค์กร (X3) (X= 4.45) รองลงมาคือ แรงจูงใจในการท างาน (X2) (X= 4.17) และความพึงพอใจในงาน (X1) (X= 4.10) 2. ระดับการคงอยู่ในงาน อยู่ในระดับมาก (X= 4.17) เมื่อพิจารณาองค์ประกอบเป็นรายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากทุกด้าน เรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยดังนี้ ด้านภาระงาน (Y2) (X = 4.22) ด้านผู้บริหาร (Y4) (X= 4.19) ด้านบุคลากร (Y1) (X= 4.16) และด้านองค์กร (Y3) (X= 4.11) 3. ปัจจัยที่มีอิทธิพลโดยตรงต่อการคงอยู่ของครู มีทั้งหมด 3 ปัจจัยดังนี้1) แรงจูงใจในการทำงาน (0.50) 2) ความพึงพอใจในงาน (0.34) และ 3) ความผูกพันต่อองค์กร (0.16) นอกจากนั้นยังพบว่ามีอิทธิพลทางอ้อมดังนี้ 1) ความพึงพอใจในงาน มีอิทธิพลทางอ้อมผ่านแรงจูงใจในการทำงาน (0.86) และความผูกพันต่อองค์กร (0.29) ไปยังการคงอยู่ในงานของครู 2) แรงจูงใจในการทำงาน มีอิทธิพลทางอ้อมผ่านความผูกพันต่อองค์กร (0.54) ไปยังการคงอยู่ในงานของครูปัจจัยด้านความพึงพอใจในงาน แรงจูงใจในการทำงาน และความผูกพันต่อองค์กรส่งผลเชิงบวกต่อการคงอยู่ในงาน มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยมีค่าสถิติดังนี้ 2 = 35.08, df = 23, P-value = 0.05, RMSEA = 0.04, P-value = 0.05, 2/df = 1.52 (<2), และ RMSEA < 0.05 จากข้อค้นพบของการวิจัย โรงเรียนเอกชนในสังกัดสังฆมณฑลราชบุรีควรสร้างเสริมความพึงพอใจในงาน แรงจูงใจในการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดความผูกพันต่อโรงเรียน ก็จะช่วยให้ครูมีความเต็มใจที่จะปฏิบัติงานในโรงเรียนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านภาระงานที่โรงเรียนมอบให้กับครูตรงกับความรู้ความสามารถ หรือความสนใจของครูผ่านผู้บริหารที่มีความสามารถในการบริหารและยึดผลประโยชน์ของโรงเรียนเป็นสำคัญ
Star ratings
    Average rating: 0.0 (0 votes)
Holdings
Cover image Item type Current library Home library Collection Shelving location Call number Materials specified Vol info URL Copy number Status Notes Date due Barcode Item holds Item hold queue priority Course reserves
Thesis PBRU Library บรรณราชฯ ชั้น 5 วิทยานิพนธ์ ชั้น 5 วพ 371.1 จ496ป 2564 (Browse shelf(Opens below)) 1 Available 1000209842
Thesis PBRU Library บรรณราชฯ ชั้น 5 วิทยานิพนธ์ ชั้น 5 วพ 371.1 จ496ป 2564 (Browse shelf(Opens below)) 2 Available 1000209843

Browsing PBRU Library shelves,Shelving location: บรรณราชฯ ชั้น 5,Collection: วิทยานิพนธ์ ชั้น 5 Close shelf browser (Hides shelf browser)

วิทยานิพนธ์(ค.ม.)—มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 2564

โรงเรียนในสังกัดสังฆมณฑลราชบุรีประสบปัญหาในเรื่องการลาออกของครูเพื่อไปสอบบรรจุรับราชการหรือประกอบอาชีพอื่น ทำให้โรงเรียนต้องสรรหาและพัฒนาครูที่รับเข้าใหม่อยู่เป็นประจำทุกปี ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการคงอยู่ในงานของครูโรงเรียนเอกชน การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ระดับของปัจจัยที่ส่งผลต่อการคงอยู่ในงาน 2) ระดับการคงอยู่ในงาน และ 3) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการคงอยู่ในงานของครู กลุ่มตัวอย่างของการวิจัยเป็นครูโรงเรียนเอกชนในสังกัดสังฆมณฑลราชบุรี จำนวน 294 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามที่มีค่า IOC ระหว่าง 0.67 – 1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม 0.95 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เส้นทางอิทธิพล ผลการวิจัยพบว่า
1. ระดับของปัจจัยที่ส่งผลต่อการคงอยู่ในงานอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยดังนี้ ความผูกพันต่อองค์กร (X3) (X= 4.45) รองลงมาคือ แรงจูงใจในการท างาน (X2) (X= 4.17) และความพึงพอใจในงาน (X1) (X= 4.10)
2. ระดับการคงอยู่ในงาน อยู่ในระดับมาก (X= 4.17) เมื่อพิจารณาองค์ประกอบเป็นรายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากทุกด้าน เรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยดังนี้ ด้านภาระงาน (Y2) (X = 4.22) ด้านผู้บริหาร (Y4) (X= 4.19) ด้านบุคลากร (Y1) (X= 4.16) และด้านองค์กร (Y3) (X= 4.11)
3. ปัจจัยที่มีอิทธิพลโดยตรงต่อการคงอยู่ของครู มีทั้งหมด 3 ปัจจัยดังนี้1) แรงจูงใจในการทำงาน (0.50) 2) ความพึงพอใจในงาน (0.34) และ 3) ความผูกพันต่อองค์กร (0.16) นอกจากนั้นยังพบว่ามีอิทธิพลทางอ้อมดังนี้ 1) ความพึงพอใจในงาน มีอิทธิพลทางอ้อมผ่านแรงจูงใจในการทำงาน (0.86) และความผูกพันต่อองค์กร (0.29) ไปยังการคงอยู่ในงานของครู 2) แรงจูงใจในการทำงาน มีอิทธิพลทางอ้อมผ่านความผูกพันต่อองค์กร (0.54) ไปยังการคงอยู่ในงานของครูปัจจัยด้านความพึงพอใจในงาน แรงจูงใจในการทำงาน และความผูกพันต่อองค์กรส่งผลเชิงบวกต่อการคงอยู่ในงาน มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยมีค่าสถิติดังนี้ 2 = 35.08, df = 23, P-value = 0.05, RMSEA = 0.04, P-value = 0.05, 2/df = 1.52 (<2), และ RMSEA < 0.05
จากข้อค้นพบของการวิจัย โรงเรียนเอกชนในสังกัดสังฆมณฑลราชบุรีควรสร้างเสริมความพึงพอใจในงาน แรงจูงใจในการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดความผูกพันต่อโรงเรียน ก็จะช่วยให้ครูมีความเต็มใจที่จะปฏิบัติงานในโรงเรียนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านภาระงานที่โรงเรียนมอบให้กับครูตรงกับความรู้ความสามารถ หรือความสนใจของครูผ่านผู้บริหารที่มีความสามารถในการบริหารและยึดผลประโยชน์ของโรงเรียนเป็นสำคัญ

บริจาค

There are no comments on this title.

to post a comment.
Share


Office of Academic Resources and Information Technology
      38 Moo. 8, Nawung Sub-District, Muang Phetchaburi District, Phetchaburi 76000 Thailand
    Tel: (032) 708609  Email: library_office@mail.pbru.ac.th