ภาคีความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ตลาดการค้าปลีก ในเขตเทศบาลอำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี : วิทยานิพนธ์ = Public-private partnership affecting achievement of retail market in Muang district municipality area, Surat Thani province. / ชัยยศ เอกนิธิวัฒนา

By: Call number: วพ 658.87 ช416ภ 2564 Material type: TextPublication details: เพชรบุรี : สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 2564Description: 236 แผ่น : ภาพประกอบ ; 30 ซม. + ซีดีรอม 1 แผ่นOther title:
  • Public-private partnership affecting achievement of retail market in Muang district municipality area, Surat Thani province
Subject(s): Genre/Form: Call Number:
  • วพ 658.87 ช416ภ 2564
Online resources: Dissertation note: วิทยานิพนธ์(รป.ม.)—มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 2564 Summary: สถานการณ์การลงทุนธุรกิจระบบตลาดเสรีมีการขยายตัวที่มีขนาดใหญ่ขึ้นส่งผลกระทบ ต่อธุรกิจขนาดเล็ก ทำให้ต้องหาวิธีพัฒนาจุดเด่นของสินค้าในการบริการลูกค้าและพัฒนาระบบตลาดการค้าให้มีศักยภาพ จึงทำให้ผู้วิจัยสนใจทำวิจัยเรื่องนี้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาภาคีความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนต่อตลาดค้าปลีก 2) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ของภาคีความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนที่ส่งผลต่อตลาดค้าปลีก และ 3) เสนอรูปแบบที่เหมาะสมของภาคีความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐกับภาคเอกชนที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ตลาดค้าปลีก โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ประกอบการค้าปลีก จำนวน 161 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน กับวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจค้าปลีก จำนวน 6 ท่าน ที่ได้จากการเลือกแบบเจาะจง แล้วนำมาเขียนเป็นข้อมูลเชิงพรรณนาความ ผลการวิจัยพบว่า 1. ภาคีความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนต่อตลาดค้าปลีก โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านเรียงตามลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยได้ดังนี้ ภาคเอกชน ได้แก่ ด้านการปฏิบัติตามข้อสัญญาที่รัฐกำหนด (X5) ด้านการปฏิบัติตามนโยบายการส่งเสริมการลงทุน (X4) และด้านแผนงานการปฏิบัติ (X6) และภาครัฐ ได้แก่ ด้านนโยบาย (X1) ด้านกฎหมายและข้อสัญญาการลงทุน (X2)และด้านการกำหนดแนวทางปฏิบัติ(X3)ตามลำดับ 2. ผลสัมฤทธิ์ของภาคีความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนที่ส่งผลต่อตลาดค้าปลีกได้แก่ การปฏิบัติตามนโยบายการส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน (X4) กฎหมายและข้อสัญญาการลงทุนของภาครัฐ (X2)การปฏิบัติตามข้อสัญญาที่รัฐกำหนดของภาคเอกชน (X5)และนโยบายของภาครัฐ (X1)มีประสิทธิภาพในการทำนาย ร้อยละ 76.20 สามารถเขียนเป็นสมการการถดถอยได้ดังนี้ Y = 0.404 + 0.268(X4) + 0.198(X2) + 0.261(X5) + 0.180(X1) 3. รูปแบบที่เหมาะสมของภาคีความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนในการบริหารจัดการตลาดค้าปลีกได้แก่ ภาครัฐทำหน้าที่ในการกำกับดูแลการค้าให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ส่งเสริมความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาคเอกชนในการร่วมลงทุน และ พัฒนาระบบแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย ข้อค้นพบจากผลการวิจัยครั้งนี้มีนัยข้อเสนอสำคัญในการลงมือพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลที่เป็นเครื่องมือการตลาดให้ผู้ค้าปลีกได้มีแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่ทันสมัย กลุ่มภาคเอกชนต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและกฎหมายของรัฐ ในขณะที่กลุ่มภาครัฐสนับสนุนเชิงนโยบายที่สร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันและยืดหยุ่นมากขึ้น
Star ratings
    Average rating: 0.0 (0 votes)
Holdings
Cover image Item type Current library Home library Collection Shelving location Call number Materials specified Vol info URL Copy number Status Notes Date due Barcode Item holds Item hold queue priority Course reserves
Thesis PBRU Library บรรณราชฯ ชั้น 5 วิทยานิพนธ์ ชั้น 5 วพ 658.87 ช416ภ 2564 (Browse shelf(Opens below)) 1 Available 1000209858
Thesis PBRU Library บรรณราชฯ ชั้น 5 วิทยานิพนธ์ ชั้น 5 วพ 658.87 ช416ภ 2564 (Browse shelf(Opens below)) 2 Available 1000209859

วิทยานิพนธ์(รป.ม.)—มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 2564

สถานการณ์การลงทุนธุรกิจระบบตลาดเสรีมีการขยายตัวที่มีขนาดใหญ่ขึ้นส่งผลกระทบ ต่อธุรกิจขนาดเล็ก ทำให้ต้องหาวิธีพัฒนาจุดเด่นของสินค้าในการบริการลูกค้าและพัฒนาระบบตลาดการค้าให้มีศักยภาพ จึงทำให้ผู้วิจัยสนใจทำวิจัยเรื่องนี้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาภาคีความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนต่อตลาดค้าปลีก 2) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ของภาคีความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนที่ส่งผลต่อตลาดค้าปลีก และ 3) เสนอรูปแบบที่เหมาะสมของภาคีความร่วมมือระหว่าง
ภาครัฐกับภาคเอกชนที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ตลาดค้าปลีก โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ประกอบการค้าปลีก จำนวน 161 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน กับวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจค้าปลีก จำนวน 6 ท่าน ที่ได้จากการเลือกแบบเจาะจง แล้วนำมาเขียนเป็นข้อมูลเชิงพรรณนาความ
ผลการวิจัยพบว่า
1. ภาคีความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนต่อตลาดค้าปลีก โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านเรียงตามลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยได้ดังนี้ ภาคเอกชน ได้แก่ ด้านการปฏิบัติตามข้อสัญญาที่รัฐกำหนด (X5) ด้านการปฏิบัติตามนโยบายการส่งเสริมการลงทุน (X4) และด้านแผนงานการปฏิบัติ (X6) และภาครัฐ ได้แก่ ด้านนโยบาย (X1) ด้านกฎหมายและข้อสัญญาการลงทุน (X2)และด้านการกำหนดแนวทางปฏิบัติ(X3)ตามลำดับ
2. ผลสัมฤทธิ์ของภาคีความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนที่ส่งผลต่อตลาดค้าปลีกได้แก่ การปฏิบัติตามนโยบายการส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน (X4) กฎหมายและข้อสัญญาการลงทุนของภาครัฐ (X2)การปฏิบัติตามข้อสัญญาที่รัฐกำหนดของภาคเอกชน (X5)และนโยบายของภาครัฐ (X1)มีประสิทธิภาพในการทำนาย ร้อยละ 76.20 สามารถเขียนเป็นสมการการถดถอยได้ดังนี้ Y = 0.404 + 0.268(X4) + 0.198(X2) + 0.261(X5) + 0.180(X1)
3. รูปแบบที่เหมาะสมของภาคีความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนในการบริหารจัดการตลาดค้าปลีกได้แก่ ภาครัฐทำหน้าที่ในการกำกับดูแลการค้าให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ส่งเสริมความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาคเอกชนในการร่วมลงทุน และ พัฒนาระบบแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย
ข้อค้นพบจากผลการวิจัยครั้งนี้มีนัยข้อเสนอสำคัญในการลงมือพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลที่เป็นเครื่องมือการตลาดให้ผู้ค้าปลีกได้มีแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่ทันสมัย กลุ่มภาคเอกชนต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและกฎหมายของรัฐ ในขณะที่กลุ่มภาครัฐสนับสนุนเชิงนโยบายที่สร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันและยืดหยุ่นมากขึ้น

บริจาค

There are no comments on this title.

to post a comment.
Share


Office of Academic Resources and Information Technology
      38 Moo. 8, Nawung Sub-District, Muang Phetchaburi District, Phetchaburi 76000 Thailand
    Tel: (032) 708609  Email: library_office@mail.pbru.ac.th